7 วิธีการ trade หุ้นในตลาดหุ้นให้ได้กำไร และ โอกาสขาดทุนเป็น 0

8/10/2556 เวลา ตีหนึ่งกว่าๆ ก่อนอื่นต้องขออภัยทุกท่านนะคะ พอดีว่า ไปทำธุรกิจที่ ตจว. มาค่ะ เป็นเรื่องคอขาดบาดตายของญาติผู้ใหญ่ คลื่นก็ไม่ดี wifi ไม่มี มีแต่ E ค่ะ เล่นลำบากมากกก แต่สัญญาค่ะ ว่าจะไล่ตอบคำถามทุกคำถามเลยจ้าาาา ขอเวลาอ่านก่อนนะคะ รวมถึง inbox ด้วยนะคะ มีข้อความเยอะมากๆค่ะ  ……เดี๋ยวไม่ต้องกังวลนะคะ จะตอบกลับทุกฉบับเลยค่ะ สัญญาจ้าาา

พยายามคิดย้อนกลับไปช่วงต่างๆนะคะ รายละเอียดตกหล่นอย่าว่ากันนะคะ

หลายวันมานี้ ตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ที่ดิฉันตัดสินใจที่จะ โพสข้อความลง pantip อีกครั้ง …. คงเป็นประโยชน์กับหลาย ๆ ท่านอยู่ไม่มากก็น้อยนะคะ  มีหลายท่าน inbox มาถามไถ่เยอะแยะเลยค่ะ มาปรึกษาก็เยอะ มาขอตามมาอยู่ด้วยก็มาก หลายคนคงคิดว่า เออ…. แม่นเนาะ เก่งเนาะ หรือ บังเอิญมากกว่า ….แต่ถึงแม้ท่านจะคิดเห็นอย่างไรไม่สำคัญไปกว่า สิ่งที่ดิฉันจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ค่ะ ….ไม่เลย ดิฉันไม่ได้เก่ง ดิฉันไม่ได้แม่นอะไรเลยค่ะ …. แต่สิ่งที่ดิฉันมีคือ เป็นคนยอมรับความจริง เป็นคนไม่ฝืน ไม่ยึดมั่นถือมั่น ไม่อายที่จะพลาดแล้วกลับลำ ไม่คิดว่ามันคือการสียหน้า เพราะแค่คิดว่า พลาดแล้วคือเสียหน้า ….คุณได้เสียหายแบบกู่ไม่กลับ อันนั้น แย่กว่า ….เพราะดิฉันคิดเสมอว่า มนุษย์นั้นไม่ใช่โปรแกรมที่ถูกสร้างขึ้นมาให้พลาดไม่เป็น แต่ความไม่สมบูรณ์แบบของมนุษย์นี่หล่ะค่ะ คือ สิ่งมหัศจรรย์ เพราะมนุษย์ไม่ได้ถูกตั้งมาว่าต้องหันได้เพียงด้านเดียว แต่ ใน 1 นาที คุณสามารถหันซ้ายชำเลืองขวาได้ค่ะ ….

ในชีวิตการเป็นมาร์เก็ตติ้งของดิฉัน ตลอดจนมาถึงตำแหน่งที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมาได้นั้น ดิฉันได้เรียนรู้อะไรมากมาย ผิดพลาดพลั้งเผลอ ล้มเจ็บมาเยอะค่ะ  แต่ท้ายที่สุด วันที่เราอดทนมันก็ออกผลให้เราได้ลิ้มรส ก็ต้องเรียกว่าครบรสหล่ะค่ะ  เอาเป็นว่า ตอนนี้ มีความสุขกับตรงนี้ก็พอเนาะ เดี๋ยวจะยาวไปมากกว่านี้ ทุกท่านจะเบื่อซะก่อน วันนี้ ดิฉันจะมาบอกเล่าเรื่องราว สนุกสนาน ขำ ๆ สบาย ๆ นะคะ ไม่เครียดค่ะ มาดูกันว่า 12 ปี กับการทำงานนั้นดิฉันเจอลุกค้าประเภทไหนบ้าง มีทั้ง success และ fail นะคะ มาดูกันว่า เป็นแบบไหนบ้าง  ช่วงแรกจะซีเรียสนิดนึงค่ะ ขอให้อดทนอ่านไปก่อน แล้วหลัง ๆ จะสนุก

Fail : ล้มเหลว ขาดทุน ด่าว่าตลาด โทษทุกสิ่งอย่างรอบตัว บางคนถึงขั้นลาขาดจากวงการเลยค่ะ

1. ไม่ขายไม่ขาดทุน เพราะเงินเย็น :  นานมาแล้ว ที่มีลุกค้าแบบนี้ ทุกวันนี้ บางคนเจ๊งจนเลิก บางคนเปลี่ยนพฤติกรรมได้  ….. ดิฉันมีลุกค้า 2 คน จริง ๆ แล้วมีมากกว่า 2 แต่ขอเล่าแค่นี้ แล้วคิดตามก็พอค่ะ …ติด BANPU 800 บาท ช่วงน้ำท่วมดิฉันบอกลุกน้องว่า โทรหาลุกค้า แล้วบอกว่า 780 ให้ขายออกก่อน แล้วไปรอรับใหม่แถว 600 บาท อ่ะ ….โทรไปละปรากฏว่า เขาบอกว่า *** ไม่เป็นไรครับ เงินเย็นผมถือได้ ผมเชื่อมั่นในพื้นฐาน ….. พอลงมา 750 บอกให้ขายอีก ก็พูดคำเดิม ถือลงทุนครับ  680  บาท คราวนี้ ดิฉันโทรเองเลยค่ะหลังจากฟังเหตุผลจากเราแล้ว  เขาก็บอกว่า ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้ค่าคอมหรอก คุณขอมาละกันจะให้เทรดเดือนเท่าไร ( ณ จุดนั้น อึ้งสิคะ …ยอมรับอย่างเต็มศักดิ์ศรีค่ะ ว่า ค่าคอมน่ะก็อยากได้นะคะ แต่ อยากให้ลุกค้ารอดมากกว่า วันนั้น ด้วยความโมโห เลยวางสายหลังจากคุยกันไม่รู้เรื่อง …เหนื่อย !!! ) ….. ส่วนอีกคน ติดที่ 804 บาท มั้งคะ จำไม่แม่น แต่ คนนี้ยอมทิ้งที่ 720 บาท  ต้องเรียกว่า พี่คนนี้เขา cut ทั้งน้ำตาค่ะ เพราะเข้าเนื้อเยอะ ถือตั้ง 5000 หุ้น เมื่อเทียบกับเงินลงทุนของเขา แกหงุดหงิดอยู่พักใหญ่ หยุดเล่นเลย ไม่คุยกันนานมากกก แกบอกขอรักษาแผลใจ เพิ่งมาคุยกัน 2-3  เดือนก่อน ประกอบกับ แกมารับคืนBanpu 226 บาท ได้หุ้นมา 15,500  หุ้น เทียบกันทางบัญชี ไม่สนมูลค่าจริงตามตลาดนะคะ เท่ากับว่า คนนี้ เขาไม่ขาดทุน แต่กำไรมา 10,500 หุ้น แถม ขาย 310 บาทออก เขากลายเป็นกำไรเลยค่ะ   ….. ย้อนกลับมาที่ คนแรกกันก่อน เขาบอกเงินเย็น แต่พอลงมาไม่หยุดเลย เริ่มร้อนสิคะ ยิ่งร้อนใหญ่เลยเมื่อเห็น 300 บาท จนทุกวันนี้ แกถึงกับเอ่ยปากเลยว่า จะไม่ถือหุ้นมาราธอนอีกแล้ว ยิ่งซึมเศร้าไปใหญ่เมื่อเพือน ๆ เขากำไรหมดทุกคน ช่วงที่ผ่านมา ในขณะที่แก ไม่ทำไรเลย  เห็นไหมคะ แบบนี้เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่ายค่ะ

2. ตอนหุ้นแดง ๆ เน่า ๆ นิ่ง ๆ  ชวนแล้วก็ไม่ซื้อ พอเห็นเขียว ๆ คันไม้คันมือ  : บ่อยครั้งค่ะ ที่ พอหุ้นตกหนัก ๆ มาก ๆ คนมักกลัวกัน ซึ่งก็ไม่แปลก ไม่ผิดปกติ ค่ะ และ มักจะชอบตลาดเขียว ๆ ก็เพราะ แบบนี้ไงคะ คนแบบนี้ไม่แปลกเพราะเป็นคนส่วนใหญ่ของตลาดหุ้น ที่ไม่กล้ามองต่าง มองตรงกัน ….แบบนี้เข้าป่าไปเก็บเห็ด สายตาต่างจ้องมองไปทางเดียวกัน ไปเจอเห็นดอกเดียวกันแย่งกันจะเห็ดเละหล่ะค่ะ แต่อีกคน เขาคิดต่าง ฉีกเส้นทาง กล้าในจุดที่คนอื่นกลัวกัน มักจะเจอเห็ดกลุ่มใหญ่ นั่งเก็บจนล้นมือไปหมด เพราะไม่มีคนแย่ง กว่าคนจะมาเห็นเราหิ้วไปขายที่ตลาดได้เงินมาละ หรือ เอาไปทำกินก็อิ่มกันมาละ อ่ะ ….เข้าเรื่อง ค่ะ พอหุ้นที่ลงจนแช่ จน vol. แห้ง เหือด ก็ไม่ซื้อ เพราะผวา ตอนที่มันพากระโดดหน้าผา บางคนยังดามเฝือก ก็กลัว และท้ายที่สุดก็พลาดโอกาสดี ๆ ไป แล้ว มาพลาดที่สุดคือ มาซื้อตอนคนอื่นจะเป็นจังหวะขายสิคะ นั่นแหล่ะ ….. รับของค่ะ ก็เฝ้าดอยสูงไป  ระยะ นี้ ก็ปล่อยข่าวหล่ะคะ ออกข่าวดี ให้เชื่อ รายย่อยจึงเป็นกลุ่มที่น่าเห็นใจ

3.  ยึดมั่นถือมั่น : แต่หุ้นดันไม่มั่น กับเราค่ะ …. คือ เคสแบบนี้จะเจอคือ เขาบอกมา เพื่อนบอกมา เป้าเท่านี้ เสี่ยนี่จะลาก เป้าปลายปี แต่ เฮ้ย …. นี่เพิ่งต้นปีเองนะ อะไร ๆ ก็เปลี่ยนได้ แหม ….ไม่ได้บอกว่าห้ามมองระยะยาว การมองระยะยาวนั้น มันต้องมองผ่านงบค่ะ แล้วต่อจิ๊กซอว์เป็น ไม่ใช่ ยืมจมูกคนอื่นหายใจ ลอกการบ้านถ้าถูกก็รวย พอเขาพลาดก็เจ็บ พวกนี้หาปลากินเองไม่เป็นแต่อยากรวย !!! หรือ ประเภทเชื่อคนอื่นไม่เชื่อตัวเอง มากไปก็ไม่ดี หรือ เชื่อตัวเองมากไปก็แย่ ดังนั้น …..ตรงกลางเถอะค่ะ รับสารเขามาพิจารณาแล้วตัดสินใจทำไปเลย

ตั้งแต่ทำงานมา เฝ้ามองตลาดหุ้น เห็นลูกค้ามาทุกรูปแบบ ตั้งแต่เป็นเจ้ามือเอง ยันเป็นแมงเม่าให้เขาเอาไฟลนปีก เอาเป็นว่า จะยกตัวอย่างเป็นกรณีๆไปนะคะ เป็นวิธีที่คุณเองก็ทำได้ ตามมาเล้ยยย

 

Successful :ประสบความสำเร็จ

กระดานที่ 1 : เจ้าพ่อช่างเก็บ
มีลูกค้ารายนึงค่ะ เป็นเจ้าธุรกิจ แกถือทนมากๆ ถือแล้วไม่ขาย ถือลงทุนจริงๆ คือเสียรอบออกจะบ่อยด้วยซ้ำ ดิฉันขี้เกียจคิดว่าถ้าแกทำรอบไปเนี่ย จะสามารถทำกำไรได้ขนาดนี้มะ ??? เพราะบางทีขายแล้วขายหมู แกบอกเองว่าแก ไม่มีเวลาดูดังนั้นจึงซื้อแล้วยาว ครั้งแรกที่แกเปิดพอร์ตคือช่วงปี 2549 มั้ง ราวๆนั้น จากนั้นแกซื้อหุ้นไป 3 ตัว มี banpu  ktb shin ตอนนี้เป็น intuch แกติด  banpu 167 ktb 12 บาท shin ราว ๆ 29 บาทมั้ง เหตุการณ์ อุ๋ย100 จุด ในปี 49 นั้น แกไม่ได้ซื้ออะไรเลยค่ะ เพราะอะไรก็ลืมละ แต่แกมาได้ถัว ktb 3.50 ตอน subprime จากนั้นก็เก็บมาเรื่ิอยนะคะ รวบรัดมาที่ แก happy มาก เพราะขาย banpu ราคาแถว 780 บาทค่ะ ขาย ktb 22 บาท ขาย shin หรือ intuch ที่ 75  บาท สรุป แกกำไรไป เกือบ 70 ล้านค่ะ ไม่คิดรวมปันผลนะคะ เอาแค่กำไรที่เห็นกับตาก็พอ — ย้ำอีกทีนะคะ แกไม่มีเวลามานั่งเฝ้า แกหวงหุ้น แกดูกราฟไม่เป็น แกไม่อ่านบทวิเคราะห์ แต่แกมองจากความเป็นจริงใกล้ตัว แกบอกดิฉันอยู่ประโยคนึงว่า ขอบคุณนะที่ไม่เซ้าซี้ผม คือตอนนั้นบอกตรงๆว่า ดูแลลูกค้าก็หลายรายค่ะ เลย ไม่ได้โทรหาแกเลย จะนัดทานข้าวแค่ ปีละ 2 ครั้งเอง ก็รู้สึกผิดนะ ที่ส่งแค่ข่าว แต่ใส่ใจลูกค้าน้อยไป แต่พอมาคิดอีกที ถ้าไปกวนใจลูกค้ามากๆเข้า ไปคะยั้นคะยอเขาขายเขาอาจจะไม่ได้ 70 ล้านก็ได้ คิดบวก ++++ …

กระดานที่ 2 : รักเดียวใจเดียว + สายป่านยาว คนนี้เคยเล่าคร่าวๆละ กะบทความฉบับก่อนๆ คือ แกเล่นหุ้นเป็นอยู่ตัวเดียวทั้งพอร์ตมีตัวเดียว เคยเสนอแผนงานให้แกนะคะ ว่าลองผสมสัก 3 ตัวไหม ไว้ถ่วงดุลกัน จะได้ไม่เจ็บทีเดียว แต่แกยืนกรานว่า no … เหตุมาจากการติดหุ้น คือ แกเล่าว่าสมัยก่อนฝากเพื่ิอนเล่น แล้วติดหุ้น เพื่อนก๋ไม่บอก หลังๆ มาแกเปิดพอร์ตเอง เลยโอนหุ้นออกมา —- คนนี้แกพอมีเวลา ก็นั่งเฝ้า หุ้นตกๆแกก็ถัว ๆๆๆ แกถัวขนาดไหนนั้นหลายคนคงคิดไม่ออก เอาหล่ะเพื่อให้เห็นภาพ เช่นแกซื้อ bay ไม้แรกติด ถ้าลงมา 3 % ถัวอีก ว่าง่ายๆถัวตลอดเส้นทาง 5555 จากเริ่มติดแค่ 1 แสนหุ้น ลงถึงจุดดัชนีดีดกลับนี่ ถ้ารอบเล็กๆก็มี 500,000 หุ้นอ่ะ ถ้ารอบกลางๆ มี ราวๆ 1,500,000 หุ้น ถ้ารอบใหญ่ระดับ 200 จุดขึ้นนี่ราวๆ 3 ล้านหุ้น และเวลาดีดกลับทำกำไรนี่ ต่ำ ๆเลย 15% ค่ะ ทุกรอบ ย้ำนะคะทุกรอบ และหุ้นที่เล่นนั่น พื้นฐานระดับ AAA  แบบนี้ดิฉันจะเรียกแกว่า …เฮียถัว … …^_^ คือถัวจนรวย ถัวแบบไม่กลัวเจ้งอ่ะ งานอดิเรกคือ บาคาล่า ที่ ปรอยเปรต !!!

กระดานที่ 3 : เล่นแต่ของคุ้นเคย ค่ะตรงตัวเลย ไม่เล่นแตกแถว มีลูกค้าท่านนึง เล่นเป็นแต่ kbank advanc และ true ( ค่ะ คุณอ่านไม่ผิด เขาชอบเล่น true มาก และขอบอกไม่เคยพลาดเลย ) หลักการของแกง่ายมาก ไม่ไล่ ไม่คัน ไม่ง้อ ลงก็ซื้อ ไม่ลงก็ไม่เล่น และจังหวะเข้าซื้อคือ เมื่อหุ้นลดราคา 10% ต่อ cycle จะเข้าซื้อ รายนี้เงินแกมีจำกัดค่ะ เลยไม่ถัวกระจาย ก็จะเข้าจนเต็ม max แหละ จากนั้นถ้ามันลงอีกแกก็ถือรอไป รอจนได้ขายค่ะ ดวงดีจริงๆ คนนี้เป็นพนักงานการไฟฟ้า เริ่มจากเงินเก็บ 500,000 ผ่านไป 6 ปี เงินกำไรที่ไม่เคยถอนออกเลยงอกมาเป็น 3.7 ล้านละ

กระดานที่ 4 : สะสมแบบเก็บเล็กผสมน้อย — คนนี้มาเปิดพอร์ตตอนเรียนปี 4 สุดท้ายพอดี ก็มาเริ่มแคะกระปุกนะคะ มีเงินมา 80,000 บาท ก็มาแบบเงอะๆงะๆหล่ะค่ะ มี วอเรนต์ บัฟเฟต เป็น idol ก็ซื้อๆ ไป เกือบ 6 ตัว ปรากฎว่าติดทุกตัว เละทุกตัว ก็กลุ้มหนัก ไหนจะเงินค่าเรียน น้องคนนี้ก็รับงานเป็นติวเตอร์ และ งานอะไรหลายอย่างไม่รู้ค่ะ รู้แต่ว่าเขาจะมีเงินมาเก็บหุ้นทุกเดือน ๆละ 5000 -10000 บาท 1 ใน6 ตัวนั้น มีตัวนึงที่ทำให้ชีวิตเขาเปลี่ยนไปค่ะ นั้นก็คือ cp-7 หรือ cpall นั่นเอง เขาเริ่มเข้าใจในการลงทุนมากขึ้น วันนั้นช่วงหวัดนก และตากใบ  ดิฉันเป็นมาร์เด็กเหมือนกัน เขาก็ขอคำปรึกษา เรื่องเก็บตัวไหน cut ตัวไหน ดิฉันบอกเขาว่าถ้าเก็บได้จะเก็บ vibha นอกนั้น ขายทิ้ง แต่ลูกค้าคนนี้ฉลาดและ เก่งกว่าดืฉันในตอนนั้น คือ เขาตัดสินใจถูกค่ะ ที่เก็บ cpall และ มีติด vibha มาด้วย ตอนนั้น รู้สึกพอร์ตเขาจะมูลค่าเหลือ ราวๆ 70,000 ค่ะ เป็น cpall ราว ๆ เท่าไรก็ลืม แต่เอาเป็นว่ามี cpall เยอะกว่า สมัยนั้น 7 บาท เขาเรียนจบก็เข้าทำงานก็เจียดเงินเดือนมาเก็บหุ้นทุกเดือน คราวนี้เก็บแต่ cpall โดด ๆเลย คือ จนทุนเฉลี่ยเป็น 9.50 มี 90,000 หุ้นค่ะ มาขายเอาตอน 30 บาท จากนั้น ดิฉันย้ายที่ทำงาน เขาตามมาเปิดพอร์ท และเทรดสไตส์เดิมๆคือ เก็บสะสม จนทุกวันนี้ ผ่านมา 10 ปี นับจากเปิดพอร์ทครั้งแรก เขามีเงิน 14 ล้านบาทแล้วค่ะ — ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน ที่สำคัญบ้านลูกค้าคนนี้ก็พ่อแม่เป็นครูค่ะ พื้นฐานไม่ใช่ลูกเจ้าสัวนะคะ ยังสำเร็จเลย

กระดานที่ 5 : ขาแช่งตลาด — รายนี้ ไม่สนเดย์เทรด ไม่แคร์หุ้นพื้นฐานดี ไม่ศัทธาในปันผล ไม่มองอดีตไม่มองอนาคต มองแค่ว่า ปัจจุบันนี้ เมื่อไหร่ วันดีคืนดี หุ้นพรวดพราดลงแบบ panic หรือ เกิดวิกฤต นี่ แกซื้อทันตัวไหนแกซัดไม่เลี้ยง เน้นตัวเล็กๆที่ลงแรงๆและมี vol. คือ มีเท่าไรอัดเต็ม แล้วถือรอ อ่ะ จะว่าขำหรือ จะว่าเทคนิคแก ก็ไม่รู้ได้นะคะ ปี subprime นั้น แก ให้ซื้อ cig ราคา .22 ตังค์ คือมันทิ้งเร็วมากค่ะ ต้อง bid ถึงจะได้ของ กว่าจะครบ 10 ล้านหุ้นที่แกจะเอา ทุนก็โน่น 0.40 ค่ะ แล้วเอามาปล่อยขาย 2 บาท
Iec live bliss ด้วยแต่จำแม่นแค่ cig ค่ะ ช่วงนั้น เสี่ยมีเบอร์เขาดังค่ะ ก็สรุปคือ รอบนั้น แกกำไร 20 ล้านมั้ง ว่าง่ายๆ รอบที่พวกเราเล่นๆกันเนี่ยแก เล่นไม่เป็นนะคะ และไม่ยินดีที่จะศึกษาเลย เพราะกลัวติดแล้วจะเสีย !!!

กระดานที่ 6:  รักษาต้นแต่ถอนกำไร คนนั้น แกไม่เน้นพอร์ตโตค่ะ แต่แกเน้นได้เรื่อยๆ ได้ทุกรอบทุกวันยิ่งดี คนนี้เล่น มาร์จิน แกวางเงิน 4 ล้านเทรดได้ 8 ล้าน แกบริหารแบบนี้ค่ะ เมื่อ equity เพิ่มขึ้น มากกว่าทุน แกจะขาย แล้วถอนเงินออก เช่น equity เริ่ม วาง 4 ล้าน ผ่านไปเพิ่มเป็น 4.5 ล้าน ช่อง debt เป็น 0 แกจะถอน เจ้า 500,000 นั่นแหล่ะ แกจะรักษาพอร์ตให้เงินต้นคงอยู่ ไม่หายพอร์ตไม่เคยโต แต่ไปเพิ่มทรัพย์สินข้างนอกโดยการ เอาเงินก้อนที่ได้แต่ละรอบไปจัดสรร ทำนั่นนี่ แบ่งซื้อทองซื้อที่เก็บ จนที่ดินบางแปลงขายได้กำไร2-3 เท่าก็มี เงินที่เจียดไปซื้อทาวเฮาส์ คอนโดปล่อยเช่าก็งอกเงยตามๆกันไป นึกภาพออกไหมคะ ว่าเขา success อย่างไร เจ๋งเนอะ !!!

กระดานที่ 7 : เจ้าแม่แห่งงบการเงิน — ลูกค้าท่านนี้ เป็นนักบช. เก่าค่ะ เก่ง เก่งมากๆ รายนี้ แทงงบ ล้วงงบ ยำงบอย่างเดียว อย่างอื่นไม่สน จะเทียบงบ และเลือกหุ้นเก็บราวๆ 7 ตัวค่ะ แรกๆก็งง ว่า ดูทันได้ไง แต่พอมาดูหุ้นแต่ละตัวแล้ว เวลามันขึ้นจะดาหน้าขึ้นพร้อมกันค่ะ แต่ไม่ยักกะลง เลือกเก่งมากๆค่ะ

*** ข้อสังเกตุอยู่อย่างหนึ่งนะคะ ลูกค้าที่กำไรเสมอๆเนี่ย จะไม่เป็นกราฟเลยค่ะ ไม่สนใจใคร่รู้อะไรเลย บทวิเคราะห์ก็ไม่อ่าน แต่สิ่งที่เขาอ่านกันและทำเหมือนกันคือ อ่านข่าว ตามข่าวและหาข้อมูลจากนั้นประเมินสถานการ์เอง เคยถามค่ะว่า ทำไมไม่อ่านบทวิเคราะห์ที่ส่งให้คะ เขาตอบว่า ” อ่านไปมากๆ แล้วเขว สู้อ่านเนื้อข่าวแล้วมาประเมินตาม ที่เรามองเราคิดจะดีกว่าเพราะไม่มีอคติในเนื้อข่าว แต่ ในบทวิเคราะห์นั้น คนวิเคราะห์เขาใส่ความเป็นเขาลงไปค่ะ ดังนั้น เขาประเมินกะเราประเมินเอง ผลลัพธุ์จริงออกมาต่างกันเพราะ ไม่มีใครจะรู้การเงินของเราได้ดีเท่าตัวเรา นวค. เขาไม่รู้หรอกว่าใครมีหน้าตักเท่าไร เขาก็พูดไปตามแนวโน้มตามหน้าที่ เท่านั้นเอง ***

**** และ พวกเขาเหล่านั้น ไม่ได้คิดหลายชั้นอะไรขนาดนั้นค่ะ แค่ ซื้อ และซื้อ ตามสไตล์ที่ตัวเองถนัด แค่นั้นเองค่ะ ****

ชอบแบบไหนกันบ้างคะ ถ้าชอบก็เอาไปปรับใข้กะตัวเองได้ค่ะ ขอบคุณ pantip ที่เอื้อเฟื้อพื้นที่ให้ได้ ฝอย นะคะ ( อันนี้แซวค่ะ ) บทความนี้ ดิฉันไม่ได้นำข้อมูลลูกค้ามาเปิดเผยในที่สาธารณะนะคะ แต่เป็นแนวทางการ trade ที่ดิฉันสังเกตุเห็นค่ะ ดังนั้น ถ้าลูกค้าเจ้าของสไตล์การเล่นทราบเข้า ดิฉันเชื่อว่า พวกเขาเหล่านั้น จะยินดีมากๆ ถ้าจะได้เป็นแนวทางที่ หน่วยกล้าตายได้ลองจริงๆมาแล้วและทำได้จริง อย่างน้อยบุญกุศลครั้งนิก็ขอให้ ส่งถึงคนที่ยังมืด 8 ด้านหาทางออกไม่เจอ ได้ผ่านมาอ่านกระทู้นี้ด้วยเถิด และเกิดแสงสว่างในใจด้วย สาธุ …. สำหรับคืนนี้ ราตรีสวัสดิ์นะคะ

ที่มา : http://pantip.com/topic/31063547

Thankyou!
Hop you have enjoyed this article.

Close this
thanks! click to close